ซื้อรถมือสองเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะไม่รู้ว่ารถคันนั้นผ่านอะไรมาบ้าง มีปัญหาซ่อนอยู่หรือไม่ แม้ผู้ขายจะบอกว่าสภาพดีมาก แต่เราก็ต้องตรวจสอบด้วยตัวเองให้ละเอียด วันนี้มาแชร์วิธีเช็กรถมือสองสภาพดีแบบง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้
ตรวจเช็กภายนอกรอบคัน
เริ่มจากเดินรอบรถในที่ที่มีแสงสว่างดี สังเกตสีทุกแผงว่าเข้ากันหรือไม่ ถ้าแผงใดสีตกต่างหรือดูใหม่กว่าอาจเคยซ่อมหรือเปลี่ยน มองดูช่องไฟระหว่างแผงประตูและตัวรถว่าเท่ากันทุกด้านไหม ถ้าไม่เท่ากันอาจเคยชนแล้วซ่อม ลองเปิดปิดประตูทุกบานดูว่านุ่มนวลและปิดสนิทหรือไม่ ประตูที่ปิดไม่เรียบหรือมีเสียงดังอาจมีปัญหาโครงสร้าง
ดูยางทั้ง 4 เส้นว่าสึกเท่ากันหรือเปล่า ถ้าสึกไม่เท่ากันอาจเป็นปัญหาตั้งศูนย์ล้อหรือช่วงล่าง ตรวจดูดอกยางเหลือมากน้อยแค่ไหน ถ้าเหลือน้อยต้องเตรียมเปลี่ยนใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ชุดกันชนหน้าหลังต้องไม่มีรอยแตกหรือยุบ ไฟหน้าไฟท้ายต้องใสสะอาดไม่เหลืองหรือแตก กระจกหน้าต้องไม่แตกร้าวเพราะเปลี่ยนใหม่แพงมาก
เปิดฝากระโปรงดูห้องเครื่อง
สิ่งสำคัญที่สุดคือเครื่องยนต์ ดูว่ามีคราบน้ำมันรั่วซึมหรือไม่ ถ้ามีเยอะอาจมีปัญหาซีลเสื่อม ตรวจท่อยางต่างๆ ว่าแตกร้าวหรือยืดหยุ่นดี สายพานถ้าสึกมากหรือมีรอยร้าวควรเปลี่ยนทันที ดูแบตเตอรี่ว่ามีคราบเกลือขึ้นหรือไม่ เช็กวันที่ผลิตว่าเก่าแค่ไหน แบตเตอรี่อายุเกิน 3 ปีควรเตรียมเปลี่ยน ตรวจระดับน้ำมันเครื่องว่าพอดีหรือน้อยเกินไป สีน้ำมันต้องไม่ดำมากหรือมีตะกอน
ดูหัวเทียนว่าสกปรกมากหรือไม่ ถ้าดำมากอาจเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ตรวจน้ำหม้อพักว่าใสหรือขุ่น ถ้าขุ่นหรือมีคราบน้ำมันลอยอาจมีปัญหาปะเก็นรั่ว ดูท่อไอเสียว่าสนิมรุกรานมากไหม ท่อที่เป็นรูหรือผุมากต้องเปลี่ยน ทดลองสตาร์ทเครื่องดูว่าติดง่ายหรือต้องพยายาม ฟังเสียงเครื่องว่าเรียบหรือมีเสียงแปลกๆ ควันท่อไอเสียต้องไม่ดำหรือขาวจัด
ตรวจสอบห้องโดยสาร
เข้าไปในรถแล้วดมกลิ่น ถ้ามีกลิ่นอับหรือเหม็นชื้นอาจเคยน้ำท่วมหรือมีน้ำรั่ว ลองนั่งทุกที่นั่งดูว่าเบาะยุบหรือขาดหรือไม่ ทดสอบปุ่มทุกอย่างตั้งแต่แอร์ วิทยุ กระจกไฟฟ้า กระจกมองข้าง กระจกหลัง ไฟในห้องโดยสาร ปุ่มล็อกประตู ทุกอย่างต้องทำงานปกติ เช็กแอร์ว่าเย็นจัดภายใน 5-10 นาทีหรือไม่ ถ้าไม่เย็นอาจต้องเติมน้ำยาหรือซ่อมคอมเพรสเซอร์
พวงมาลัยต้องไม่หลวมและตอบสนองทันทีเมื่อหมุน ลองหมุนซ้ายขวาดูว่ามีช่วงว่างมากไหม ถ้ามากเกินไปไม่ปลอดภัย เบรกมือต้องแน่นกระชับไม่ลื่น ดูแผงหน้าปัดว่ามีไฟเตือนติดค้างหรือไม่ เช็กเลขไมล์ว่าสมเหตุสมผลกับอายุรถ รถอายุ 5 ปีควรวิ่งประมาณ 75,000-125,000 กิโลเมตร ถ้าน้อยหรือมากเกินไปต้องสงสัย
ทดลองขับจริงบนถนน
อย่าเชื่อคำพูดอย่างเดียว ต้องลองขับด้วยตัวเอง ขอขับอย่างน้อย 10-15 กิโลเมตร ครอบคลุมถนนทั้งเรียบและขรุขระ เมื่อสตาร์ทเครื่องฟังเสียงว่าเรียบหรือมีเสียงผิดปกติ ลองเร่งเบรกดูว่ารถตอบสนองดีไหม เปลี่ยนเกียร์ทุกเกียร์ดูว่าเข้านุ่มนวลหรือกระชากกระตุก ขึ้นทางด่วนลองเหยียบคันเร่งเต็มที่ดูว่ามีแรงตามสมควรหรือไม่
ลองปล่อยพวงมาลัยดูว่ารถเดินตรงหรือเบี่ยงไปข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าเบี่ยงอาจมีปัญหาตั้งศูนย์ล้อหรือยางสึกไม่เท่ากัน เหยียบเบรกแรงๆ ดูว่าหยุดตรงและไม่สั่นไหม ถ้าสั่นอาจต้องเปลี่ยนจานเบรก ลองขับผ่านถนนขรุขระดูว่าช่วงล่างมีเสียงดังหรือสั่นผิดปกติไหม ทดสอบพวงมาลัยว่าตอบสนองไวและไม่มีเสียงแปลกตอนเลี้ยว
สรุปประเด็นสำคัญ
ตรวจเช็กรถมือสองต้องใช้ความพิถีพิถันและไม่รีบร้อน เริ่มจากสังเกตภายนอกรอบคัน เปิดฝากระโปรงดูห้องเครื่อง ตรวจห้องโดยสารและอุปกรณ์ต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือทดลองขับจริงบนถนน ถ้าไม่มั่นใจควรพาช่างที่ไว้วางใจมาช่วยดู ค่าบริการช่างสักพันสองพันคุ้มกว่าซื้อรถแล้วเจอปัญหาใหญ่ อย่าเชื่อคำพูดของผู้ขายอย่างเดียว ต้องตรวจสอบด้วยตาและมือตัวเอง รถมือสองที่ดีจริงจะผ่านทุกข้อที่เช็กได้ไม่ยากเย็น
